การปกครองท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่น
การปกครองท้องถิ่นประเทศอังกฤษ
การปกครองท้องถิ่นประเทศฝรั่งเศส
การปกครองท้องถิ่นประเทศเยอรมัน

การปกครองท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่น

ความนำ

                ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เก่าแก่ประเทศหนึ่งในทวีปเอเชียและเป็นประเทศที่เจริญทางการค้าและอุตสาหกรรมทัดเทียมกับประเทศในยุโรปและอเมริกา

                ประเทศญี่ปุ่นมีเนื้อที่   ๓๗๗,๘๑๙   ตารางกิโลเมตร   ( ๑๔๕,๘๕๖  ตารางไมล์ )   ใหญ่กว่า สหราชอาณาจักรเล็กน้อย   ประกอบด้วยเกาะใหญ่  ๔  เกาะ   คือ   เการฮอนชู   ฮอกไกโด   กิวชิว  และ ชิโกกุ   และมีเกาะเล็ก  ๆ  อีกมากว่า   ๓,๙๐๐  เกาะ   เกาะฮอนชูมีเนื้อที่มากที่สุดคือ มากกว่าร้อยละ  ๖๐
ของเนื้อที่ทั้งประเทศ มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา   มีพระจักรพรรดิเป็นประมุขมีรัฐสภา ( Diet )

ประกอบด้วย  ๒  สภา   คือ

                ( )   วุฒิสภาหรือสภาที่ปรึกษา  ( House  of  Councilors )   วาระการดำรงตำแหน่ง  ๖  ปี  โดย จะมีการเลือกตั้งทั่วประเทศ
                ( )   สภาผู้แทนราษฎร   ( House  of  Representatives )   วาระการดำรงตำแหน่ง  ๔  ปี  มีการ

เลือกตั้งโดยการแบ่งเขตออกเป็น   ๑๓๐   เขต
การบริหาร

                แบ่งออกเป็นรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น   มีสาระโดยสรุป   ดังนี้                
---------.   รัฐบาลกลาง   ( Central  Government )
                                รัฐบาลกลางของญี่ปุ่นประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารประเทศ   พระจักรพรรดิ์จะทรงโปรดเกล้าฯ   แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากผู้ที่มีเสียงสนับสนุนมาก

                                คณะรัฐมนตรีกำกับดูแลสำนักนายกรัฐมนตารีและกระทรวง   ๑๒   กระทรวง  ตลอด
จนคณะกรรมการและทบวงอีก   ๒๔   แห่ง

                .   รัฐบาลท้องถิ่นหรือการปกครองท้องถิ่น   ( Local  Government )
                                รัฐบาลท้องถิ่นของญี่ปุ่นมี  ๒  ระดับ  คือ  ระดับจังหวัด  และระดับเทศบาล   ซึ่งระดับเทศบาลจะประกอบด้วยเทศบาลนคร   เทศบาลเมือง   และเทศบาลตำบล
                                ญี่ปุ่นมี   ๔๗   จังหวัด   และ  ๓,๒๓๕  เทศบาล   เทศบาลนครใหญ่  ๆ  จำนวน   ๑๒
เทศบาล   มีอำนาจในการบริหารเงินคล้ายกับจังหวัด

  การปกครองท้องถิ่นและหลักประกัน

                ในช่วงแรกการปกครองของญี่ปุ่น   ยังอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลกลาง   เรียกว่า   รวมศูนย์อำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง
                ในระยะต่อมา   หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี   ๒๔๘๙   ญี่ปุ่นได้พลิกโฉมหน้าการปกครองอันเป็นความพยายามของรัฐบาลกลาง}
---------
รัฐธรรมนูญปี   ๒๔๘๙   ว่าด้วยการปกครองระบอบประชาธิปไตย  มาตรา ๙๒ – ๙๕ ประกอบด้วย

                มาตรา ๙๒   กำหนดให้รูปแบบการปกครองท้องถิ่นจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นอิสระ
                มาตรา ๙๒   กำหนดให้หัวหน้าฝ่ายบริหารและสมาชิกสภาจะต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรง
                มาตรา ๙๒   กำหนดให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ 
                มาตรา ๙๒   ห้ามท้องถิ่นออกกฎหมายบังคับใช้ในท้องถิ่นของตนโดยปราศจากความเห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่

รูปแบบหน่วยการปกครองท้องถิ่น

                ญี่ปุ่นถือว่าเป็นประเทศที่มีรัฐเดี่ยว  ( Unitary  State )   โดยมองว่าระบอบของเราจะประกอบ
ด้วย   ส่วนหนึ่งคือ   รัฐบาลกลาง   อีกส่วนหนึ่งเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่น
หน่วยการปกครองท้องถิ่นญี่ปุ่น   แยกเป็น  ๒  ประเภทใหญ่ ๆ  คือ  รูปแบบทั่วไปและรูปแบบพิเศษ
รูปแบบทั่วไป  ได้แก่  จังหวัด   ซึ่งรับผิดชอบดูแลท้องถิ่นโดยรวม   และเทศบาล  ซึ่งจะทำหน้า

ที่ให้บริการประชาชน
รูปแบบพิเศษ   ประกอบด้วย

จังหวัด   ( Prefecture )
มีด้วยกัน   ๔๗  แห่ง   เรียกชื่อต่างกันเป็น  โต (To), โด (Do), ฟู (Fu), และเคน (Ken)
การเรียกชื่อต่างกันนี้สืบเนื่องมาจากเหตุผลทางประวัติศาสตร์เท่านั้น   ไม่ใช้เพราะมีความแตกต่างกันในด้านต่าง ๆ  ทั้งนี้ยกเว้นการเรียกชื่อกรุงโตเกียวเป็นโต   เพราะกรุงโตเกียวแตกต่างกับจังหวัดอื่น  ๆ  อย่างเด็นชัด

๒.      เทศบาล  

เป็นหน่วยการปกครองล่างสุดของประเทศญี่ปุ่น   มีหน่วยการปกครองตนเอง   จำนวน
,๒๓๔   หน่วย   จะจัดเป็น  นครหรือซิ, เมืองหรือโช, และหมู่บ้านหรือชอน

.๑  ภารกิจเทศบาล

                                                ให้บริหารประชาชนดังต่อไปนี้
๑.       ให้บริหารเกี่ยวข้องกับธุรกิจประจำวัน
๒.      การจักบริการสาธารณสุขและความปลอดภัย
๓.      การดำเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาเมือง
๔.      การดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารงานและการจัดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ

เทศบาลนครที่มีประชากรเกินกว่า  ๓๐๐,๐๐๐  คน  และมีพื้นที่มากกว่า  ๑๐๐  ตาราง
กิโลเมตร   ได้มีมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้เป็น  “ Core  Cities ”  ในปี  ๒๕๓๙  มีอยู่  ๑๒  แห่ง

                                .๒  ความสัมพันธ์ระหว่างจังหวัดและเทศบาล
                                                หน่วยการปกครองเป็นหน่วยการปกครองตนเองที่มีอิสระต่อกันและฐานะไม่แตกต่างกัน  สาเหตุที่หน้าที่จังหวัดและเทศบาลแตกต่างกันก็เนื่องจากความแตกต่างของขนาดพื้นที่รับผิดชอบ

                                  การจัดการบริหารองค์กรภายในหน่วยการปกครองท้องถิ่น
                การจัดองค์การของจังหวัดและเทศบาล  ประกอบด้วย  ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร
                ฝ่ายนิติบัญญัติ  ได้แก่  สภาจังหวัด  หรือสภาเทศบาล  ทำหน้าที่อนุมัติงบประมาณ  ออกเทศบัญญัติและควบคุมการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหาร

                ฝ่ายบริหาร  ประกอบด้วย  (หัวหน้าฝ่ายบริหาร  ได้แก่  ผู้ว่าราชการจังหวัด  และ  (คณะกรรมการบริหาร  ทำหน้าที่บริหารงานตามนโยบายและอำนาจหน้าที่

การปกครองท้องถิ่นประเทศอังกฤษ

( สหราชอาณาจักร )

การบริหาร

                แบ่งออกเป็น  ๒  ส่วน  คือ  การบริหารส่วนกลางและการบริหารส่วนท้องถิ่น
                การบริหารส่วนกลาง   ประกอบด้วย  รัฐบาลและรัฐบาลประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี  และ
รัฐมนตรี  เป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารประเทศ  พระราชินีจะทรงโปรดเกล้าฯ  แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
                การบริหารส่วนท้องถิ่น   ประกอบด้วย  ๓  ประเภท  ได้แก่  การบริหารในพื้นที่เมืองหลวง 
การบริหารในพื้นที่มหานคร  และการบริหารนอกพื้นที่มหานคร

                การบริหารในพื้นที่มหานครและนอกพื้นที่มหานคร  แบ่งออกเป็น  ๒  ระดับ  ดังนี้
------------------
๑      ระดับบน
------------------
.   ระดับล่าง

โครงสร้างการบริหารท้องถิ่น

                ตำแหน่งในหน่วยบริหารท้องถิ่น
                                ประธานสภาเทศบาล
                                รองประธานสภาเทศบาล
                                สมาชิกสภาเทศบาล

                หลักเกณฑ์การเลือกตั้งสมาชิกท้องถิ่น  หรือสมาชิกสภาเทศบาล

                                สมาชิกสภาเทศบาลทุกคนที่อยู่ใน  The  County  Councils,  ต้องมีการเลือกตั้งทุก
                                ๔  ปี
                                แต่เฉพาะ  Metropolitan  District  Councils  ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งทุก  ๑  ปี
                                เฉพาะ  Non - Metropolitan  District  Councils  อาจเลือกใช้หลักเกณฑ์ที่กล่าวไว้
                                 ในข้อ  ()

                . ลักษณะการบริหารท้องถิ่น

                การบริหารเมืองหลวง  และการบริหารท้องถิ่นในอังกฤษ  คือ  อำนาจหน้าที่ในการบริหารเทศบาลไม่ได้อยู่ที่ประธานสภาเทศบาล  หรือนายกเทศมนตรี  แต่สมาชิกสภาเทศบาลหรือสมาชิกท้อง

ถิ่นซึ่งได้รับเลือกตั้งมาจากประชาชนโดยตรงเป็นผู้มีและใช้อำนาจในการบริหารท้องถิ่นโดยตรง

                อำนาจหน้าที่ในการบริหารท้องถิ่นโดยตรง
                กฎหมายการบริหารท้องถิ่นปี  ค.. ๑๙๗๒  ดังนี้

                                .๑  อำนาจหน้าที่ในการบริหารท้องถิ่นในพื้นที่มหานคร

                                        ..๑  Counties  มีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมในเรื่อง

                                                การวางแผนรวม
                                                การสร้างถนน
                                                การให้บริการดับเพลิง
                                                การจัดการเกี่ยวหับของเสีย

                                          ..๒  Districts  มีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมในเรื่อง
                                                การจักการศึกษา
                                                การให้บริการห้องสมุด
                                                การให้บริการด้านสังคม
                                                การวางแผนงาน
                                                การจัดเก็บขยะ
                                                ที่อยู่อาศัย
                                                การจัดสวนสาธารณะ

                                          ..๓  Parishes  ในพื้นที่มหานคร  มีอำนาจหน้าที่หลักในเรื่อง

                                                ห้องประชุมของท้องถิ่น
                                                . ทางเดิน
                                                การกำหนดเขต

                                .๒  อำนาจหน้าที่ในการบริหารท้องถิ่นนอกพื้นที่มหานคร

                                          ..๑  Counties   มีอำนาจหน้าที่หรือความรับผิดชอบหลักครอบคลุมในเรื่อง

                                                การศึกษา
                                                การให้บริการด้านสังคม
                                                การให้บริการห้องสมุด
                                                การให้บริการดับเพลิงและกู้ภัย
                                                กิจการตำรวจ
                                                พลังงานสำหรับที่อยู่อาศัย

                                          ..๒  Districts  มีอำนาจหน้าที่หลักครอบคลุมในเรื่อง

                                                ที่อยู่อาศัย
                                                การจัดเก็บขยะ
                                                การกำหนดเขต
                                                ตลาด
                                                ที่จอดรถ

                                          ..๓  Parishes  มีอำนาจหน้าที่หลักครอบคลุมในเรื่อง

                                                การกำหนดเขต
                                                ที่จอดรถ
                                                แสงสว่าง
                                                หอนาฬิกาสาธารณะ

                                จะเห็นได้ว่า  อำนาจหน้าที่ของหน่วยการบริหารท้องถิ่นของอังกฤษในแต่ละระดับเขียนไว้ไม่ซ้ำกัน  สังเกตได้จากการใช้ศัพท์ที่ไม่เหมือนกัน

 

การปกครองท้องถิ่นประเทศฝรั่งเศส

ความนำ            มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ   มีประธานาธิบดีเป็นประมุข                มีรัฐสภา   ประกอบด้วย  ๒  สภา  คือ

                วุฒิสภา   มีสมาชิก  ๓๒๑  คน  เลือกตั้งทางอ้อมโดยสมาชิกสภาผู้แทน  ราษฎร  สมาชิกสภาจังหวัด   มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ  ๙  ปี

                สภาผู้แทนราษฎร   มีสมาชิก  ๕๗๗  คน  เลือกตั้งโดยประชาชนทั่วประเทศ

การบริหาร

๑.       รัฐบาลกลาง
ประกอบด้วย  ประธานาธิบดี   นายกรัฐมนตรี  และรัฐมนตรี การบริหารส่วนกลาง   จะประกอบด้วย  กระทรวง  และหน่วยงานต่าง ๆ ในส่วนกลาง สำหรับการจัดตั้งกระทรวงต่าง ๆ นั้น  หัวหน้ารัฐบาลจะเป็นผู้กำหนดรายชื่อกระทรวงที่จะ ให้มีในขณะที่จัดตั้งรัฐบาล  ซึ่งจะมากหรือน้อยกระทรวงก็แล้วแต่เหตุผลทางเทคนิคและทางการเมือง

๒.     การบริหารภูมิภาค  ได้แก่  จังหวัด  ( Department )   ฝรั่งเศส  ประกอบด้วย  ๙๖  จังหวัด  แต่ละจังหวัดจะประกอบด้วยฝ่ายบริหาร  และฝ่ายนิติบัญญัติ  ได้แก่  สภาเทศบาลจังหวัด  ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน  มีบทบาทเป็นผู้ช่วยหรือสนับ

สนุนผู้ว่าราชการจังหวัด

๓.      การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

.๑  เทศบาล   เป็นหน่วยงานบริหารท้องถิ่นของฝรั่งเศสมีทั้งหมด  ๓๖,๗๖๓  เทศบาล 

ในจำนวนนี้มี  ๒๒,๐๐๐  เทศบาล  ที่มีประชากรต่ำกว่า  ๕๐๐  คน  และ  ๑๐,๐๐๐  เทศบาล  มีประชากรต่ำกว่า  ๒,๐๐๐  คน

                                สำหรับบริการขั้นพื้นฐานของเทศบาล  มีดังนี้
------------------
๑.       ถนนหนทาง
------------------
๒.     สวัสดิการสังคม
------------------
๓.     สุขภาพอนามัยของประชาชน
------------------
๔.     สิ่งอำนวยสะดวกด้านวัฒนธรรม

                 ๓.๒  จังหวัด    ในฐานะเป็นหน่วยงานบริหารท้องถิ่นในระดับที่สูงกว่าเทศบาล  และเป็นหน่วยงานบริหารสวนภูมิภาค

                                หน้าที่รับผิดชอบ มีดังต่อไปนี้
                                ๑. ถนนที่เป็นสายหลัก
                                ๒. การศึกษา
                                ๓.การนันทนาการและวัฒนธรรม

                  ๓.๓  เขต เป็นหน่วยบริการที่ใหม่ที่สุดของฝรั่งเศส (จัดตั้งขึ้น ในปี ค.ศ.1986) ปัจจุบันมีทั้งหมด  ๒๖  เขต
                                ในการบริหารเขต  จะได้รับเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน  มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ  ๖  ปี  และสมาชิกสภาเขต  จะเลือกสมาชิกคนหนึ่งเป็นประธานสภาเขต
                                ผู้ว่าราชการจังหวัด   ของจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของเมืองหลวงเขต  จะทำหน้าที่ผู้ว่าราชการเขต  ไปด้วย

การบริหารเมืองหลวงของฝรั่งเศส
                    หน่วยงานของฝรั่งเศส  ประกอบด้วย  ๒  ระดับ  ได้แก่
------------------
๑.       ระดับบน  คือ  กรุงปารีส  หรือจังหวัดปารีส  ( Paris )   ซึ่งเป็นราชการบริหารส่วนภูมิภาค
------------------๒.     ระดับล่าง  คือ  เทศบาลนครปารีส   และเทศบาลต่าง  ๆ  ซึ่งเป็นส่วนราชการบริหารส่วนท้องถิ่น

 

การปกครองท้องถิ่นประเทศเยอรมัน

( สหพันธรัฐเยอรมัน

ความนำ  ปัจจุบันการปกครองในระดับสหพันธรัฐนั้น  เยอรมันมีการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยประกอบด้วย
                    องค์กรทำหน้าที่บริหารประเทศ  ได้แก่   นายกรัฐมนตรีแห่งสหพันธรัฐ
                    องค์กรทำหน้าที่นิติบัญญัติ  ได้แก่  สภาผู้แทนราษฎร
                    องค์กรทำหน้าที่ตุลาการ  ได้แก่  ศาลรัฐธรรมนูญ
                    ประมุขแห่งสหพันธรัฐ  ได้แก่  ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐ

การบริหาร

                    ในการดำเนินงานและในรายละเอียดแต่ละระบบมีดังนี้
๑.       การบริหารการปกครองส่วนกลาง  หรือการบริการในระดับรัฐบาลสหพันธรัฐ

            สำหรับนายกรัฐมนตรีนั้น  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  เป็นผู้เลือก  และถูกควบคุมกำกับ ด้วยสภาผู้แทนราษฎร                                ส่วนสำคัญหรือส่วนที่ทำหน้าที่สำคัญ  ๆ  ในระดับสหพันธรัฐ  มีดังนี้
                                .๑   ประมุขแห่งสหพันธรัฐ
                                .๒   สภาผู้แทนราษฎรแห่งสหพันธรัฐ
                                .๓   สภาที่ปรึกษาราชการ

                    .   การบริหารปกครองของมลรัฐ

                    หน่วยงานมลรัฐ  ( State  หรือ  Lander )  มี  ๒  ชั้น  คือ  Lander  ( มลรัฐ )   และ  Bezirk

 ( ภาค )   โดยจะมีองค์กรบริหารงานที่เป็นโครงสร้างในระบบราชการโดยตรง

                    .   การบริหารการปกครองส่วนท้องถิ่น

                                แบ่งอำนาจและหน้าที่ความรับผิดชอบเป็น  ๓  ระบบ  ได้แก่

๑.       จังหวัด  ในมลรัฐมี  ๓๑  จังหวัด

๒.     เมืองท้องถิ่น  หรือเทศบาล  ในมลรัฐมี  ๒๓  เมือง

๓.     ชุมชนท้องถิ่น หรือคอมมูน  ในมลรัฐมี  ๓๙๖  คอมมูน

ความสัมพันธ์ระหว่างสหพันธรัฐ  มลรัฐ  และท้องถิ่น

                    การออกกฎหมายต่าง  ๆ  ระบุอำนาจของแต่ละระดับไว้ดังนี้

                     กฎหมายที่ผูกขาดออกโดยหน่วยงานสหพันธรัฐ   บังคับใช้ทั่วทั้งสหพันธรัฐไม่ว่าเงื่อนไขใด  เช่น  การป้องกันประเทศ   กิจการต่างประเทศ

                    .   กฎหมายที่  Federation  และ  States  มีอำนาจการออกพอ  ๆ  กัน  เช่น
                    -     ประมวลกฎหมายพลเมือง
                    -     ฐานะพลเมือง
                    -     การกำจัดน้ำเสีย

                    .   กฎหมายที่เป็นโครงสร้าง  เป็นอำนาจของ  Federation  เพื่อบังคับใช้ทั่วไป  แต่ต้องไม่ ปิดกั้นการออกกฎหมายของมลรัฐ  เช่น
-------------          การใช้ประโยชน์จากที่ดิน
-------------          การล่าสัตว์
-------------          การออกเอกสารบัตรประชาชน

.   กฎหมายที่มีอำนาจออกโดยมลรัฐเป็นกฎหมายที่เป็นอำนาจหน้าที่เฉพาะซึ่งไม่ได้ถูกระบุโดย  Federation
----          โรงเรียน  มหาวิทยาลัย
----          วิทยุ
----          การวางแผนการใช้ที่ดิน
----          การควบคุมการก่อสร้าง

.   กฎหมายที่ออกโดยรัฐบาลท้องถิ่น
----      เทศบัญญัติทั่วไปของท้องถิ่น
----      กฎหมายประกอบด้านการงบประมาณ
----      การกำหนดโซนและการวางแผน

---------สหพันธรัฐเยอรมันกับความมั่นคงอย่างมั่งคั่ง
โดยมีหลักการบริหารและการปกครองที่สำคัญ  ๆ  ดังนี้
------------------๑.       หลักมอบอำนาจและกระจายอำนาจ
------------------๒.     หลักประชาธิปไตยของประชาชน
------------------๓.     หลักกระจายความสุข
------------------๔.     หลักช่วยเหลือเกื้อกูล

บทเรียนจากเยอรมนี

                    ๙๐๐  ปีที่ผ่านมา  การปกครองท้องถิ่นของเยอรมนีได้พัฒนาจากเมืองไปสู่ชนบทมากขึ้น  ๆ  เป็นลำดับ

                    บทเรียนประการแรก  ก็คือ  การปกครองตนเองในระดับท้องถิ่นเป็นเวลานาน   ทำให้แต่ละท้องถิ่นสามารถรักษาและสืบทอดประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างเหนียวแน่น

                    บทเรียนประการที่สอง  โปรดให้ความเข้าใจเป็นพิเศษของ  ฟอม  สไตน์   โดยเฉพาะคำพูดที่ว่า   การให้คนมีอำนาจและความรับผิดชอบคือ  การพัฒนาคนที่สำคัญที่สุด

                    หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า  การกระจายอำนาจคือ  เครื่องมือที่ดีที่สุดของการพัฒนาคน

                    บทเรียนประการที่สาม   ได้แก่   หลักการพัฒนาความเจริญในท้องถิ่นต่าง  ๆ  ให้ใกล้เคียงกัน 

หมายถึง  การสนับสนุนความเจริญก้าวหน้าของเมืองต่าง  ๆ  ให้อยู่ในระดับที่อยู่ใกล้เคียงกัน   มิให้เมืองต่าง  ๆ  มีความเจริญที่แตกต่างกันมาก  ดังที่ปรากฏในหลายประเทศ

                    บทเรียนประการที่สี่   หลักการส่งเสริมบทบาทของท้องถิ่น  หลักการนี้มีความเป็นมาตั้งแต่  ค.๑๙  ซึ่งแวดล้อมหลักคิดที่เน้นว่าปัจเจกชน  ควรมีบทบาทสูง  และได้รับประโยชน์สูงสุดในการดำเนินชีวิต

                      บทเรียนประการสุดท้าย    คือ   เยอรมนีได้หันมาใช้ระบบการเลือกตั้งหัวหน้าฝ่ายบริหารท้องถิ่นโดยตรงเช่นเดียวกับในสหรัฐและญี่ปุ่น  ทั้ง  ๆ  ที่ก่อนหน้านี้เป็นเวลาหลายศตวรรษ  เยอรมนีก็

มีระบบการบริหารท้องถิ่นเช่นเดียวกับหลาย  ๆ  ดินแดน  ส่วนใหญ่ของยุโรป  นั้นคือ  ประชาชนแต่ละท้องถิ่นเลือกสมาชิกสภาท้องถิ่นและเสียงส่วนใหญ่ในสภาเป็นผู้เลือกตั้งนายกเทศมนตรี

                    ข้อดีของการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น   เปรียบเทียบกับการเลือกตั้งโดยอ้อม  มี  ๖  ข้อ  คือ
๑.       มีการแบ่งงานชัดเจนระหว่างนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร
๒.     การแข่งขันและการหาเสียงเข็มข้นกว่า
๓.     ทำให้ประชาชนมีความตื่นตัวสูงกว่า
๔.     ทำให้ประชาชนมีความรู้ทางการเมืองมากขึ้น
๕.     ระบบการเลือกตั้งโดยตรงทำให้ฝ่ายบริหารต้องรับผิดชอบในการทำงานมากขึ้น
๖.      ระบบการเลือกตั้งโดยตรงจะช่วยสร้างนักการเมืองที่มีคุณภาพได้มากขึ้น

แต่ระบบการปกครองท้องถิ่นในเขตเมืองกลังมามีการเปลี่ยนแปลง คุณค่าของบทเรียนจากต่างประเทศก็คือ  จะเก็บรับข้อดีของประเทศอื่นอย่างไร  และควรจะ ปรับปรุงส่วนที่ยังเป็นปัญหาในประเทศของเราอย่างไร